ม็อบเยอรมนีชุมนุมต้านกฎหมายควบคุมโรค

รัฐสภาเยอรมนีมีมติเพิ่มอำนาจให้แก่รัฐบาลท้องถิ่น สามารถใช้มาตรการเข้มงวดเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะที่ตำรวจสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงหลายพันคนซึ่งอยู่ด้านนอก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมี เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่ารัฐสภาเยอรมนีประชุมเมื่อวันพุธ เพื่อแปรญัตติรอบสุดท้ายในการแก้ไขกฎหมายป้องกันโรคติดต่อ ก่อนมีการลงมติด้วยการขานชื่อ ซึ่งที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 415 เสียง คัดค้าน 236 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง หมายความว่าสมาชิกส่วนใหญ่สนับสนุนการปฏิรูปหมายดังกล่าว ที่จะเพิ่มอำนาจให้กับรัฐบาลท้องถิ่นทั้ง 16 รัฐ ในการใช้มาตรการควบคุมทางสังคม รวมถึงการล็อกดาวน์ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบัน คือโรคโควิด-19

ด้านนายเยนส์ สพาห์น รมว.กระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนี แถลงต่อที่ประชุม ว่าวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ “เป็นปรากฏการณ์ครั้งหนึ่งในศตวรรษ” และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขณะเดียวกัน รัฐบาลพร้อมจัดหาวัคซีนให้เพียงพอแก่ประชาชนทุกคน แต่ยืนยันว่าการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 “เป็นเสรีภาพส่วนบุคคล”
 
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศด้านนอกรัฐสภาเต็มไปด้วยประชาชนหลายพันคนรวมตัวประท้วงรัฐบาล แมสำนักงานตำรวจกรุงเบอร์ลินประกาศห้ามการเดินขบวนและปักหลักชุมนุมทางการเมือง ด้วยเหตุผลทางสาธารณสุขและเพื่อความปลอดภัย โดยผู้ประท้วงส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล สบโอกาส “ใช้ความเป็นเผด็จการ” ด้วยการทำให้ชาวเยอรมัน “ตื่นตระหนก” กับโรคโควิด-19 และประณามการที่ภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ยกระดับมาตรการควบคุมทางสังคม

ทั้งนี้ บรรยากาศประท้วงหน้ารัฐสภาตึงเครียดเป็นระยะ จากการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กับตำรวจซึ่งใช้รถฉีดน้ำแรงดดันสูงและสเปรย์พริกไทยเพื่อควบคุมฝูงชน เบื้องต้นมีรายงานผู้ถูกจับกุมอย่างน้อย 365 คน และตำรวจ 10 นายได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่
 
ขณะที่พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี ( เอเอฟดี ) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัด เปรียบเทียบรัฐบาลแมร์เคิลต้องการปฏิบัติตัวเหมือนรัฐบาลนาซีของนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่บัญญัติกฎหมายมอบอำนาจ เมื่อปี 2476 ปูทางให้ฮิตเลอร์ขึ้นสู่ตำแหน่ง “ท่านผู้นำ” มีอำนาจเต็มในการบัญญัติและบังคับใช้กฎหมาย “เพื่อขจัดความยากลำบากให้แก่ประชาชน” ที่พรรคเอเอฟดีกล่าวว่า “เป็นเพียงข้ออ้าง”

RELATED POST

แฟนบอลแห่อำลา’มาราโดนา’ เกิดปะทะกับตำรวจสุดวุ่น!

แฟนบอลแห่ไว้อาลัย "มาราโดนา" รื้อรั้วกั้น หวังใกล้ร่างของ "เสือเตี้ย" มากที่สุด จนเกิดเหตุปะทะ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่กรุงบูโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ประชาชนนับหมื่นแห่แหนกันไปร่วมเคารพศพของดิเอโก มาราโดนา ที่บริเวณทำเนียบประธานาธิบดี กาซา โรซาดา แบบมืดฟ้ามัวดิน จนเกิดความโกลาหล เมื่อแฟนๆ พยายามเบียดเสียดเพื่อให้ได้ใกล้ชิดฮีโร่ของพวกเขาให้มากที่สุด ถึงขนาดพยายามรื้อรั้วกั้น…

แฟนบอลฟ้าขาวหลายพันชีวิต แห่เข้าเคารพศพ’เสือเตี้ย’

แฟนบอลชาวเมืองฟ้าขาวหลายพันชีวิตพร้อมใจกันเดินทางไปเคารพศพของ "ดีเอโก มาราโดนา" ที่กรุงบูโนสไอเรส เพื่อบอกลาฮีโร่ของชาติเป็นครั้งสุดท้าย แฟนบอลชาวอาร์เจนไน์ หลายพันชีวิตพร้อมใจกันเดินทางไปเคารพศพของ ดีเอโก มาราโดนา ตำนานแข้งแดนฟ้าขาว ที่ทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงบูโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "บีบีซี" สื่อดังของอังกฤษรายงานว่า ศพของ มาราโดนา ถูกนำมาตั้งไว้ที่ทำเนียบประธานาธิบดี กาซา…

อินโดนีเซียติดโควิดสะสมผ่านหลัก 5 แสนคน

สถิติผู้ป่วยโควิด-19 ในอินโดนีเซียมีจำนวนสะสมมากกว่า 500,000 คนแล้ว มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของอินโดนีเซียรายงานสถิติเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ยืนยันผู้ป่วยใหม่ 4,442 คน เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมเป็นอย่างน้อย 502,110 คน รักษาหายแล้ว…

ซีเอ็นเอ็นเงียบขณะที่เรื่องไวรัสของพยาบาลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ปฏิเสธโคโรนาไวรัสจากเตียงมรณะ

CNN นิ่งเฉยหลังจากพยาบาลห้องฉุกเฉินของ South Dakota Jodi Doering อ้างในเครือข่ายเสรีว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนามักไม่เชื่อแม้ว่าเรื่องราวของเธอจะดูเหมือนเป็น "การพูดเกินจริง" หากไม่เลวร้ายลง การสัมภาษณ์ของ CNN กลายเป็นกระแสไวรัลโดยคลิปหนึ่งมียอดวิวมากกว่า 5.8 ล้านครั้งบน Twitter NewsBusters ทำการศึกษาโดยระบุว่า CNN ใช้เวลา 23…