การให้อาหารสายยาง แก่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

การให้อาหารสายยาง แก่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต การให้อาหารทางสายยาง ถือเป็นการรักษาทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับประทานอาหารเองได้ ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้การให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย ต้องคำนึงถึงเรื่องของประเภทอาหาร เพระาผู้ป่วยแต่ละโรคนั้นต้องการสารอาหารที่แตกต่างกัน

ดังนั้นผู้ออกแบบสูตรอาหาร ควรจะเป็นนักโภชนาการที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของอาหารปั่นผสม ซึ่งทางอาหารปั่นผสม SNFood เรามีนักโภชนาการควบคุมการผลิตอาหารปั่นผสมทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ จนไปถึงการบรรจุอาหารปั่นผสมใส่ถุงบรรจุอาหาร รวมไปถึงเป็นผู้ออกแบบสูตรอาหารปั่นผสม เพื่อให้ถูกต้องตามหลักของทางการแพทย์ และเหมาะสมกับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน อาหารปั่นผสม SNFood ของเราผลิตอาหารภายในห้องปลอดเชื้อ ทำให้มีความปลอดภัยและถูกสุขอนามัยอย่างแน่นอน นอกจากนี้วัตถุดิบที่เรานำมาใช้ปรุงอาหาร ได้ผ่านการคัดสรรมาอย่างดี เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่มีคุณภาพ ปราศจากภาวะแทรกซ้อน การให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ผู้ป่วยที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตนั้น ต้องได้รัยสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย บางรายอาจจะเดินไม่ได้ ก็เสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับได้ ดังนั้นการดูแลทุกเรื่องจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในกรณีที่ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตที่มีปัญหาด้านการกลืน ไม่สามารถกลืนอาหารได้เอง หรือสำลักอาหาร ไม่รู้สึกตัวดี ก็มีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารปั่นผสมผ่านทางสายยางลงไปในกระเพาะอาหารโดยตรง เพื่อป้องกันการเกิดภาวะขาดสารอาหาร โดยวิธีการให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วยนั้น มีด้วยกัน 2 วิธี ที่มักจะเห็นได้บ่อยคือการใส่สายยางให้อาหาร ใส่ทางรูจมูกผ่านลงไปในหลอดอาหาร หรือเจาะผ่านทางหน้าท้อง เข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง ในกลุ่มผู้ป่วยมีปัญหาด้านการกลืนอาหาร สำลักอาหาร ไม่รู้สติ แต่มีความจำเป็นต้องได้สารอาหาร และน้ำ เพราะคนเราจะขาดสารอาหารไม่ได้ เนื่องจากอาจจะส่งผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆตามมา นอกจากวิธีการให้อาหารทางสายยาง 2 รูปแบบที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็ยังมีอีก 1 วิธีก็คือ การให้น้ำเกลือหรือสารอาหารทางหลอดเลือดดำ แต่ก็มีข้อจำกัด เช่น อาจจะทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อง่าย ไม่สามารถให้อาหารที่บ้านได้ ไปทำงานไม่ได้ และอาจได้พลังงานไม่เพียงพอ มีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก ซึ่งการให้อาหารทางสายยาง 2 วิธีแรกจะสะดวกกว่าและไม่มีอันตราย ทำได้ไม่ยาก ถ้าผู้ดูแลมีความเชี่ยวชาญในการให้อาหารทางสายยาง และได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยเป็นอย่างดี ซึ่งถ้าหากผู้ป่วยต้องไปพักฟื้นต่อที่บ้าน นักโภชนาการก็จะสอนวิธีการทำอาหารปั่นผสม และวิธีการให้อาหารทางสายยางอย่างถูกต้องกับผู้ดูแล หรือญาติ ให้ญาติหรือผู้ดูแลทำได้อย่างง่าย และปลอดภัยกับผู้ป่วยมากที่สุด แต่ทุกขั้นตอนจะต้องผ่านกระบวนการการฆ่าเชื้อโรค อุปกรณ์ทุกอย่างจะต้องพร้อมสำหรับการให้อาหารทางสายยาง เพื่อลดการเกิดปัญหาขณะให้อาหารทางสายยางแก่ผู้ป่วย เพราะถ้าหากเกิดปัญหาระหว่างการให้อาหาร จะต้องหยุดการให้อาหารทันที

สำหรับอาหารที่เหมาะสมกับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต คือ ปลาทะเล เพราะอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยในการลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ควบคุมการเต้นของหัวใจและลดการแข็งตัวของเกล็ดเลือดได้เป็นอย่างดี เพียงแค่กินปลาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดียังลดความเสี่ยงต่อการเกิด อัมพฤกษ์ อัมพาต อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ชายที่กินปลาเดือนละ 90 กรัมต่อเนื่องเป็นเวลา 12 ปี สามารถลดความเสี่ยงโรคสโตรกได้สูงมาก และผู้หญิงที่กินปลาทะเลสัปดาห์ละครั้งก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้ผู้ป่วยควรได้รับวิตามินรวมวันละ 1 เม็ด เพื่อเสริมวิตามินให้เพียงพอสำหรับร่างกายนอกเหนือจากการรับประทานอาหาร ที่มีกรดโฟลิกหรือกรดโฟลิกเสริม เพราะจะช่วยในการลดระดับฮอร์โมนซิสเตอีนในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดสโตรกได้ โดยอาหารที่มีโฟเลตสูงได้แก่ สตรอว์เบอร์รี่ ถั่วแดง ส้ม บร็อคโคลี เป็นต้น และที่นสำคัญคือ อาหารที่มีใยอาหารชนิดละลายน้ำ โดยจะช่วยในการลดระดับของคอเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงหลอดเลือดตีบได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็จะพบได้มากในถั่วเหลืองและข้าวโอ๊ตนั่นเอง นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมายอีกด้วย นอกจากนี้อาหารที่มีแคลเซียมก้ถือว่าเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเป็นอย่างมาก เพราะแคลเซียมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดสโตรกโดยตรง และให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในผู้หญิง ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมสูงและเหมาะกับการทานเพื่อป้องกันสโตรกและ อัมพฤกษ์ อัมพาต ที่สุด ก็คือ ผักใบเขียว งา ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์นมพร่องมันเนย เป็นต้น

อยากให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อที่จะได้ห่ายจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น ผู้ป่วยควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะดีที่สุด เพื่อที่ร่างกายจะได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้ร่างกายได้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

RELATED POST

ทางการ! เชลซีเซ็น “เบตติเนลลี่” เฝ้าเสา

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้โกลมือสามคนใหม่แล้ว โดยล่าสุดกระชากตัว มาร์คัส เบตติเนลลี่ อดีตนายทวาร ฟูแล่ม มาร่วมก๊วนแบบฟรีๆ เรียบร้อย เจ้าตัวรับเหมือนฝันเป็นจริงที่ได้มาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยัน เมื่อวันพุธที่ 28…

ซื้อหรือไม่?เผยจุดยืนลิเวอร์พูลกรณีมีข่าวกับเคียซ่า

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของอังกฤษ ระบุ ลิเวอร์พูล ไม่คิดที่จะเดินเรื่องล่า เฟเดริโก้ เคียซ่า แนวรุกทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส ต่อให้จะสนใจในตัวเขาจริงๆ ก็ตาม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่คิดที่จะเดินแผนล่าตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีในช่วงซัมเมอร์นี้แต่อย่างใด ตามรายงานของ…

ผู้ต้องหาคนแรกภายใต้ “กม.ความมั่นคงใหม่ฮ่องกง” ถูกตัดสินมีความผิด “แอมเนสตี” สุดสลด ออกโรงประณาม

ต่ง หยิงกิต (Tong Ying-kit) ผู้ต้องหาคนแรกภายใต้กฎหมายความมั่นคงใหม่ฮ่องกงวันนี้(27 ก.ค)ถูกศาลสูงฮ่องกงตัดสินให้มีความผิดฐานแบ่งแยกดินแดนและก่อการร้าย เตรียมเข้ารับฟังคำตัดสินลงโทษในวันพฤหัสบดี(29 ก.ค) แอมเนสตีสากลสลดออกโรงประณาม เป็นก้าวแรกของการสิ้นสุดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นในฮับเศรษฐกิจของเอเชีย เอพีรายงานวันนี้(27 ก.ค)ว่า ต่ต่ง หยิงกิต (Tong Ying-kit) ถูกดำเนินคดีความผิดยุยงปลุกปั่นเพื่อการแบ่งแยกดินแดนและก่อการร้ายหลังจากที่ขับรถมอร์เตอร์ไซค์ของตัวเองตรงเข้าไปยังกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจปีที่ผ่านมาระหว่างที่กำลังถือธงประท้วงมีข้อความ “ปลดปล่อยฮ่องกง การปฎิวัติของยุคพวกเรา” กลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาประณามการตัดสินลงโทษของเขา…

สิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อใหม่ 3 ใน 4 เป็นคนที่ ‘ฉีดวัคซีน’ แล้ว และอาการไม่รุนแรง

รัฐบาลสิงคโปร์เผยผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ๆ ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนแล้วถึง 3 ใน 4 โดยผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการป่วย หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย สิงคโปร์ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็มครอบคลุมประชากรเกือบร้อยละ 75 ซึ่งเป็นอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ข้อมูลรอยเตอร์) และเวลานี้มีชาวสิงคโปร์ราวครึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนครบ 2…